[LP Fic] No Reason [2/3]
posted on 02 Dec 2009 14:15 by dbs-forlove[LP Fic] No Reason [2/3]
Pairing : Mike x Chester
Author : Soul-destroyer
Genre : Love & Romance
Rating : PG-13
Author’s Note : เอ่อ...ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจฟิคเบนโนดะ ไม่คิดว่าจะมีคนมาเม้นต์ให้ และไม่คิดว่าจะมีคนมาทวงฟิคด้วย เหอๆๆๆ = =^^ ที่แน่ๆคิดว่าต้องมีคนมาด่าเรื่องที่เอาแอลพีมายำซะเละแบบนี้อะ5555555+++ แบบว่ากลัวแฟนคลับเอาระเบิดมาปาบ้านชะมัด T^T เค้ากะเป็นสาวกแอลพีน๊า~ แต่เรื่องของจินตนาการมันห้ามไม่ได้อะ55555+++ ฟิคของเค้าแค่เบาๆเน้อ ไม่มีเอ็นซีโจ๋งครึ่มแบบฝรั่งนะจ๊ะ...เห็นปะ คนบ้านเดียวกับพวกแอลพียังคิดเลยอะ...แล้วเค้าจะไม่คิดได้ไงว่าคู่นี้อะของจริง กร๊ากกกกกก ^[]^ 5555555+++
@
@
@*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*
@
@ “มึงทำแบบนั้นได้ยังไงวะไอ้ไมค์?” ร็อบเอ่ยถามเพื่อนรักทันทีด้วยเสียงที่เจือความโกรธจนปิดไม่มิด@
@
แต่ยังไม่ทันที่ไมค์จะเอ่ยปากตอบเสียงเพื่อนซี้อีกคนก็แทรกขึ้นมาซะก่อน “เออ...มึงเดินหนีเขาออกมาแบบนั้นจะให้เขาคิดยังไงวะ เขายิ่ง...เอ่อออ”@
@
แบรดไม่กล้าพูดให้จบเพราะสายตาของร็อบดูจะไม่พอไม่น้อยเลยทีเดียวถ้าหากเขาจะพูดถึงใครบางคนด้วยคำที่ไม่......เหมาะสม(?)@
@
ไมค์ยกมือห้ามโจที่กำลังจะอ้าปากผสมโรงต่อว่าตำหนิตัวเขาที่ทำตัวไม่สุภาพกับคนที่ไอ้ร็อบ... “หลงรัก” ด้วย@
@ “ก-กู..ไม่รู้เว้ย ก็แค่น้ำหก..” ไมค์หยุดใช้ความคิดก่อนที่จะเอ่ยต่อ “ก็แค่น้ำหก...กูไม่ได้ว่าอะไร ต-แต่เขาทำเหมือนมันเป็นเรื่องใหญ่..ก-กูแค่ไม่อยากให้เขาเฝ้าขอโทษกูแบบนั้น...กูก็เลย...”@
@ “
มึงก็เลยเดินหนีออกมาเฉยเลย” โจเป็นคนต่อประโยคของไมค์ให้จบ แต่ไมค์กลับหันมามองตาขวางจนเขาต้องเลี่ยงไปยืนให้พ้นสายตาคนคาดเดาอารมณ์ยากอย่างไมค์@
@ “เขาไม่เหมือนเราไมค์” ร็อบเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ “เขาไม่เหมือนพวกเรา เขาอ่อนไหวง่าย เขาเจ็บช้ำได้กับเรื่องเล็กน้อย...นายต้องไปขอโทษเชสเตอร์”@
@
สิ้นคำพูดที่ออกจะเป็นเชิงบังคับของร็อบ..ไมค์ก็หันไปมองหน้าเพื่อนร่างโย่งทันที “มึงว่าไงนะ? มึงจะให้กูไปขอโทษเขา....กูทำผิดอะไรไม่ทราบ?”@
@ “ก็มึงทำเขาเสียใจไง” โจเป็นคนตอบคำถามแทนร็อบ นั่นทำให้เขาโดนประกายของสายตาพิฆาตจากไมค์อีกรอบ เดือดร้อนต้องระเห็จออกไปนั่งอีกห้อง...เผื่อว่าไมค์จะบ้าเลือดแล้วกระโจนเข้าใส่เขาในที่สุด@
@ “
โจพูดถูกแล้วไมค์ มึงทำเขาเสียใจ...มึงต้องขอโทษเขา” ร็อบย้ำอีกครั้ง@
@ “บ้ากันใหญ่แล้ว ด-เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็ลืมเรื่องวันนี้แล้ว เขาเป็นแบบนั้น..”@
@ “
แบบไหน?...เชสเตอร์เป็นแบบไหน?” ร็อบเริ่มมีอารมณ์โกรธอีกครั้ง@
@ “ข-เขา...” ไมค์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนัง สองมือยกขึ้นลูบใบหน้าเห็นได้ชัดว่ากำลังหนักใจกับสิ่งเขากำลังครุ่นคิดอยู่ “ร็อบ...นายเพิ่งรู้จักเด็กนั่นไม่กี่ชั่วโมงนี้เองนะ นายคงไม่ได้รักเขาจริงๆใช่มั้ย?”@
@
ไมค์ใช้คำพูดและน้ำเสียงที่ดูจริงจังมากขึ้น แบรดเองก็หันไปมองหน้าร็อบเพราะเขาเองก็คิดแบบเดียวกับที่ไมค์ได้เอ่ยถามร็อบไป จริงอยู่ที่ร็อบอาจจะถูกใจเชสเตอร์ที่หน้าตา...เห็นๆอยู่แล้วว่าเชสเตอร์น่ารัก แต่ความจริงก็คือความจริง...เกือบสองชั่วโมงที่ผ่านมานี้เขามีคำถามมากมาย โดยเฉพาะคำถามที่ไมค์กล้าเอ่ยถามร็อบออกไป ร็อบรักเชสเตอร์ได้ยังไงในเมื่อรู้แล้วว่าเชสเตอร์เป็น....... “เด็กพิเศษ”@
@ “หึ! ถ้าฉันบอกว่ารัก ฉัน“รัก” เชสเตอร์...แล้วมันผิดตรงไหนงั้นหรือ?” ร็อบจ้องหน้าไมค์และพยายามตอบคำถามของไมค์ด้วยน้ำเสียงที่ข่มอารมณ์ไว้อย่างที่สุด@
@ “
เชสเตอร์เป็นเด็กปัญญาอ่อน!!!!” ไมค์ตอกกลับด้วยเสียงตะโกน โชคดีที่บ้านของเขามีระยะห่างจากบ้านของคนที่เขาพูดถึงพอสมควรไม่งั้นสิ่งที่เขาพูด คนๆนั้นอาจจะได้ยินด้วยก็ได้@
@ “มึงอย่าพูดแบบนั้นนะไมค์!” ร็อบกำลังจะทยานเข้าไปหาไมค์แต่แบรดที่ยินอยู่ข้างๆ คว้าตัวร็อบไว้ได้ก่อน@
@ “
เฮ้ย...ใจเย็นๆกันก่อนดิเว้ย!” แบรดว่า “ไอ้โจ! มาช่วยกันห้ามไอ้สองตัวนี่ที”@
@
โจที่กำลังนั่งเซ็งอยู่ห้องข้างๆได้ยินเสียงแบรดเรียกก็รีบวิ่งมาทันที “ทำบ้าอะไรกันวะ?!”@
@
โจเข้าไปยืนกันระหว่างไมค์และร็อบที่ถูกแบรดจับต้นแขนไว้แน่น ไมค์ยืนมองหน้าร็อบอย่างไม่เชื่อสายตา...ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนที่เคยเป็นคนใจเย็นและอ่อนโยนจะกลับกลายเป็นคนใจร้อนได้เพียงเพราะ “ใครบางคน” ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง@
@ “ดูตัวนายซะก่อนร็อบ...นี่นะหรอร็อบบี้ที่เป็นเพื่อนกับฉันมาหลายปี” ไมค์พูดเบาๆ@
@ “
ปล่อยฉันแบรด! ....” ร็อบสะบัดแขนจากแบรดได้สำเร็จ เขาไม่พุ่งเข้าไปหาไมค์แล้ว...ร็อบแค่ส่ายหัวไปมา รอยยิ้มเจ็บปวดถูกฉาบบนใบหน้าหล่อเหลา “..เฮอะ!!...แล้วนายล่ะไมค์? นายดูตัวเองหรือเปล่า...ขอให้นายได้เห็นตัวเองตอนที่นายพบเชสเตอร์ครั้งแรกซะก่อนเหอะ”@
@
ร็อบพูดจบก็หันหลังเดินออกประตูบ้านไมค์โดยไม่หันกลับมามองใครอีกเลย แบรดมองหน้ากับโจแล้วทั้งคู่ก็เหมือนจะสื่อกันได้ ลมหายใจหนักๆถูกปล่อยออกมากทั้งสองคน ไมค์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง...พยายามนึกว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนตอนที่เห็นเชสเตอร์ครั้งแรก@
@
@*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
@
@
@::LP High school::
@
@ “เฮ่ยยย...แบบนี้มันเกินไปแล้วนะเว้ย!!” โจพูดพร้อมทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างขัดใจที่สุด@
@ “
อะไรอีกวะไอ้โจ?” แบรดหันหลังไปถามเพื่อนที่นั่งโต๊ะเรียนถัดไปทางด้านหลังเขา@
@ “ก็เรื่องไอ้ไมค์กับร็อบไง” โจหันไปมองอาจารย์ที่กำลังเขียนบทเรียนบนไวท์บอร์ดอีกทีเพื่อให้แน่ใจว่าอาจารย์จะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาสองคนกำลังแอบคุยในห้องเรียน “มันไม่พูดกันมาสามวันแล้วนะ”@
@
แบรดเองก็เหลือบไปมองดูอาจารย์ที่กำลังขะมักเขม่นในการเขียนบทเรียนวิชาประวัติศาสตร์อเมริกาก่อนที่จะหันมาตอบโจว่า “ช่างแมร่งมันก่อน...ตอนนี้พวกมันเองก็สับสนกันทั้งคู่ เราเข้าไปแทรกไม่ได้หรอก”@
@ “ต-...”@
@ “
มิสเตอร์เดลสัน มิสเตอร์ฮาน เธอสองคนไปคุยกันข้างนอกเลยดีมั้ย?” เสียงทุ้มเบาของอาจารย์ประจำวิชาประวัตศาสตร์เอ่ยขึ้นขัดก่อนที่โจจะได้พูดอะไร โจหันไปมองหน้าอาจารย์หญิงวัยกลางคนสวมแว่นกรอบแหลมสีแสดซึ่งช่างไม่เข้ากับใบหน้าของเธอเลยก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วส่งยิ้มยียวนให้อาจารย์หนึ่งที@
@ “ผมก็ว่าดีเหมือนกันนะฮะ ขอบคุณ” ว่าแล้วโจหนุ่มลูกครึ่งผู้มีเชื้อสายเอเชียก็เดินออกจากห้องเรียนไป@
@
แบรดลุกตามไปติดๆ แต่ยังมีมารยาทพอที่จะเอ่ยขออภัยกับอาจารย์ก่อนที่จะพ้นประตูห้องไป@
@
ทั้งคู่เดินมาถึงห้องโถงที่มีตู้ล็อคเกอร์เรียงรายเต็มไปหมด โจบิดตัวเลขที่ประตูตู้เพื่อปลดล็อคตู้ของตนก่อนที่จะเปิดออกแล้วหยิบช็อคโกแลตบาร์ออกมาแท่งหนึ่ง ฉีกกระดาษห่อออกอย่างรวดเร็วแล้วกัดงั่มไปที่ช็อคโกแลตสีน้ำตาลเข้มคำโต แบรดมองดูเพื่อนพลางส่ายหัว...ถึงจะเป็นภาพที่เห็นได้บ่อยๆยามที่เพื่อนคนนี้อารมณ์ไม่ดี แต่เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับการยัดอะไรก็ตามที่มีแคลรอลี่สูงๆเข้าปากตอนที่อารมณ์ไม่ปกติ....ก็มันจะทำให้เขามีรูปร่างแบบโจนั่นไง = =^^@
@
และสายตาของแบรดก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เดินเก้ๆกังๆอยู่ตรงหัวมุมห้องโถง “เฮ้!!! เดฟ”@
@ “เ อ ฟ ไ อ๋ ?” โจที่มีช็อคโกแลตอยู่เต็มปากพยายามจะถามแบรด ก่อนที่จะหันมองไปตามสายตาของแบรด “โอ่ ว ว ว เ อ ฟ ! !”@
@
เมื่อถูกเรียกทักทายเจ้าของชื่อก็หันมาพร้อมกับร้อยยิ้มดีใจ สองขารีบก้าวเข้ามาหาคนที่เอ่ยเรียกเขาทั้งสองคน “เฮ้..หวัดดี พวกนายเรียนที่นี่?”@
@ “แหงสิ...” โจที่ตอนนี้กลืนช็อคโกแลตลงคอไปแล้วตอบกลับ “แล้วนาย?”@
@ “
ฉันเพิ่งย้ายมาวันแรก ดีจังที่เจอพวกนาย” เดฟตอบยิ้มๆ@
@ “นายมาสายตั้งแต่วันแรกเลยนะเดฟ” แบรดเป็นคนแซว@
@ “
เอ่อ...เพราะเชสน่ะสิ” เดฟยิ้มแหยๆก่อนจะพูดต่อ “เขาไม่ยอมให้ฉันมาโรงเรียน”@
@ “อ้อ...” โจพยักหน้าเข้าใจ “แล้วเอ่ออ...นายเรียนห้องไหนล่ะ?”@
@ “
เอิ่มมม..ปี3ห้องบี” เดฟตอบ@
@ “แจ๋ว...นายอยู่ชั้นเดียวกับเรา ฉันหมายถึงอยู่ชั้นปีเดียวกัน...แต่นายได้อยู่ห้องเดียวกับไมค์ล่ะ” แบรดว่า@
@ “
เราสองคนอยู่ห้องซี ส่วนร็อบอยู่ห้องเอ...หมอนี่หัวกระทิ” โจสาธยาย@
@
เดฟพยักหน้า “เอ่อออ...แล้วนายสองคนทำไมถึงงงง..”@
@ “อ๋อ...เราเพิ่งโดนไล่ออกมาจากห้องเรียนน่ะ ยัยอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์อเมริกาพยายามจะกินหัวเราล่ะ” โจตอบหน้าตาย@
@ “
หึหึหึ...อย่าไปสนใจเจ้านี้เลยเดฟ เราพานายไปส่งที่ห้องเรียนดีกว่า” แบรดว่าก่อนที่จะก้าวนำโดยมีเดฟและโจเดินตาม@
@
@
@ ## พักกลางวัน##@
@
@ “เอ่อ...เดฟเรื่องวันนั้น…” ไมค์เดินเข้าไปหาเดฟที่เพิ่งมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนใหม่ที่โต๊ะและพยายามจะพูดถึงเรื่องวันที่ครอบครัวของเดฟย้ายเข้าไปอยู่บ้านข้างๆเขา@
@ “
โอ้...ไมค์ถ้านายจะพูดถึงเรื่องเชส ไม่เป็นไรหรอก...เราเข้าใจ เชสเขาจะเป็นอย่างนั้นบางครั้งบางคราวน่ะ” เดฟโบกมืออย่างไม่ถือสาหาความ@
@
ไมค์พยักหน้าช้าๆ ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยอะไรต่อไป และแล้วก็นึกได้ว่าวันนี้เดฟเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่อาจจะยังไม่รู้ว่าโรงอาหารอยู่ที่ไหนจึงอาสาพาไป “นาย...จะไปกินข้าวกับพวกฉันหรือเปล่า?”@
@ “ก็ดีสิ”เดฟรับคำก่อนที่จะลุกเดินตามไมค์ออกจากห้องเรียนเพื่อไปยังโรงอาหาร@
@
ในระหว่างทางที่จะไปยังโรงอาหารไมค์รู้สึกอึดอัดมากๆถ้าเขาไม่ได้เอ่ยถามประโยคนี้ออกไป “เอ่ออ...แล้วเชสเตอร์เป็นยังไงบ้าง?”@
@ “หะ?...อ๋อเชสน่ะหรอ เมื่อเช้าเพิ่งจะงอแงให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนเล่นที่บ้าน จะไม่ยอมให้ฉันมาโรงเรียนท่าเดียว ฉันเลยมาสายไง”@
@ “55555+ ....
นายคงรักน้องนายมากสิ?” ไมค์นึกภาพที่เด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่เจอเมื่อไม่กี่วันก่อนทำตัวเอาแต่ใจพร้อมร้องไห้งอแงแล้วก็นึกขำ...ด้วยความเอ็นดู@
@ “เรียกว่าลูกพี่ลูกน้องจะถูกกว่านะ” เดฟอธิบาย “ฉันไม่ใช่พี่แท้ๆของเชสเตอร์ เอิ่มมมม...พ่อแม่ของฉันเสียในอุบัติเหตุ พร้อมๆกับคุณพ่อของเชสเมื่อสามปีก่อน หลังจากนั้นคุณน้าลิลลี่...เอ่ออ แม่ของเชสน่ะ เธอก็รับเอาฉันมาอยู่ด้วย แต่นายพูดถูกนะ...ฉันรักเชสเหมือนน้องชายแท้ๆเลยล่ะ”@
@ “
ฉันเสียใจด้วยนะ..” ไมค์รู้สึกเสียใจด้วยจริงๆ เมื่อได้ยินเรื่องราวของเพื่อนคนใหม่@
@ “ขอบใจ..แต่ฉันทำใจได้มากแล้วล่ะ” เดฟยิ้มจางๆ “ไม่เหมือนเชส เขาไม่เคยทำใจได้...เขาถึงเป็นแบบนั้น”@
@
ไมค์คิ้วขมวดขึ้นมาทันทีด้วยความข้องใจ “หมายความว่าเขาไม่ได้ เอ่ออ..มีปัญหาทางสมองมาตั้งแต่เกิด?”@
@ “เอิ่ม...ไม่หรอก” เดฟดูสลดลงเมื่อพยายามนึกถึงเรื่องราวในอดีต “เชสเคยเป็นปกติแบบพวกเรา ร่าเริง ยิ้มแย้ม ตลก จนกระทั่งอุบัติเหตุครั้งนั้นพรากเอาความสุขทั้งหมดจากเขาไป เขาอยู่ในรถนั่นด้วย...เป็นคนเดียวที่รอดชีวิต แต่การที่เห็นพ่อของตัวเองรวมทั้งลุงและป้าตายต่อหน้าบวกกับการถูกกระทบกระเทือนที่ศีรษะทำให้การรักษาฟื้นฟูจิตใจของเขาล้มเหลว หลังจากนั้นหกเดือนเชสไม่พูดแม้แต่คำเดียว แล้ว...ปีต่อมามันเหมือนกับว่าเขามีพัฒนาการย้อนหลัง ถึงจะกลับมาพูดคุยแต่เขาคุยเหมือนเมื่อตอนเขาเป็นเด็กๆ ทุกวันนี้เขาเชื่อว่าคุณพ่อของเขาไปทำงานต่างประเทศเลยไม่ได้อยู่กับเขาบ่อยๆ เวลาฝันเห็นเขาก็จะเข้าใจว่าเขาได้พบเจอคุณพ่อของเขาจริงๆ”@
@
ไมค์อึ้งกับเรื่องราวที่ออกมาจากปากเดฟ เขาไม่รู้อีกต่อไปว่าจะพูดยังไงดี ไม่รู้ตัวว่ามาถึงห้องอาหารตั้งแต่เมื่อไร จนกระทั่งมีเสียงคุ้นหูเอ่ยเรียก@
@ “ไมค์ เดฟ!!! ทางนี้ๆ” แบรดกับโจโบกมือเรียกเพื่อนที่ยืนโด่เด่กลางโรงอาหารสองคน ไมค์ได้สติจึงเดินเข้าไปร่วมโต๊ะกับโจและแบรด ใครอีกคนลุกขึ้นทันทีที่เขาหย่อนก้นถึงเก้าอี้@
@ “
หวัดดีเดฟ ดีใจที่นายมาเรียนที่นี่นะ...เชสเตอร์เป็นยังไงบ้าง?”@
@ “หวัดดีร็อบ...ขอบใจ ส่วนเชสสบายดีถามหาว่าเมื่อไรนายจะไปเยี่ยมเขาอีก” เดฟเอ่ยรับด้วยรอยยิ้ม@
@ “
งั้นหรอ...ฉันว่าจะไปเย็นนี้อยู่พอดี..เอ่อออ ฉันขอตัวก่อนนะ” ร็อบพูดพร้อมกับจะเดินอกจากโต๊ะอาหารไป@
@ “ไม่เอาน่าร็อบนายจะไปไหน เดฟเพิ่งมาถึงเองนะ” โจยกเดฟขึ้นมาอ้างก็จริงแต่ตอนพูดเขากลับมองไปที่ไมค์ต่างหาก@
@ “
ฉันมีรายงายต้องทำส่ง ไปนะ” ว่าแล้วร็อบก็เดินอกจากโรงอาหารไป@
@ “เอ่ออ...ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่าเนี่ย?” เดฟมองดูร็อบที่เดินออกไปสลับกับมองไมค์ที่นั่งหน้าบูดไม่แพ้กัน@
@ “
แค่เด็กชอบของชิ้นเดียวกัน...เลยทะเลาะกันน่ะ” แบรดว่า@
@ “เงียบน่ะแบรด!” ไมค์ดุเข้าให้@
@
ตลอดเวลาที่ทานอาหารกลางวันไมค์ยังคงมีสีหน้าบูดๆสลับกับกระวนกระวายใจกับเรื่องราวที่เพิ่งรับรู้มา เพื่อนๆอีกสามคนที่ร่วมโต๊ะพูดคุยเรื่องราวต่างๆมากมาย ไร้สาระบ้างตลกบ้าง แต่มันไม่ได้ซึมซับเข้าสมองของเขาเลยสักนิด...ยิ่งพยายามคิดถึงสาเหตุจริงๆของการที่เขากับร็อบไม่ถูกกันขึ้นมาว่ามันเพราะอะไรกันแน่ นั่นก็ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด@
@
@ ## เลิกเรียน##@
@
@
ที่หน้าซุ้มประตูโค้งของโรงเรียนสุดหรูมีเหล่านักเรียนต่างทยอยพากันเดินออกมาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน รถยนต์มียี่ห้อและราคาแพงต่างจอดรอรับบุตรของตนจนเต็มลานจอดรถ และรถคันหนึ่งในบรรดาเกือบนับร้อยคันมีเด็กหนุ่มผมบลอนด์ชะโงกออกมาทางหน้าต่าง พยายามชะเง้อมองไปที่เหล่าเด็กนักเรียนที่จับกลุ่มพากันเดินออกมาจากโรงเรียน ตาสีน้ำตาลคู่สวยสอดส่ายมองไปอย่างตื่นเต้น ฟันคมขาวกัดริมฝีปากล่าง...และแล้วก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใสด้วยความดีใจในที่สุด@
@ “นั่นไง คุณแม่ๆ!! นั่นไงฟีฟี้อยู่นั่งไง” เด็กหนุ่มหันมาบอกคนที่ประจำที่นั่งคนขับ หญิงผู้เป็นแม่ยิ้มตอบให้ลูกชายอย่างรักใคร่ เด็กหนุ่มชะโงกหัวออกไปอีกครั้งพร้อมส่งเสียงเรียก “ฟี้!!! ทางนี้!!!”@
@ “
เชสเตอร์นี่นา กำลังเรียกใครอ่ะ?” โจที่สังเกตเห็นเด็กหนุ่มที่กำลังโบกไม้โบกมือส่งเสียงเรียกมาทางพวกเขาเอ่ยถาม@
@ “ฉันเอง เอ่ออ เป็นอีกชื่อของฉันน่ะ เชสชอบเรียกแบบนั้น” เดฟว่าพลางโบกมือให้เด็กหนุ่มผมบลอนด์@
@
เมื่อไมค์เห็นเด็กหนุ่มที่ส่งยิ้มมาอย่างร่าเริงก็ถึงกลับต้องกลืนน้ำลาย และพอชำเลืองไปที่ร็อบที่เดินตามมาไม่ไกลเขาก็แทบสะอึก เพราะร็อบเองก็มองมาที่เขาเหมือนกัน แต่แค่แว๊บเดียวก่อนที่ร็อบจะหันไปส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มในรถ@
@ “ไงเชสวันนี้เป็นเด็กดีหรือเปล่า?” เดฟเอ่ยถามพลางขยี้หัวเด็กหนุ่ม@
@ “
ฟี้ไม่อยู่ด้วยเหงาจะแย่” คำตอบพร้อมรอยยิ้มแบบเด็กๆของเชสเตอร์ทำให้เดฟหัวเราะ@
@
เหล่าเด็กหนุ่มอีกสี่คนที่เดินตามเดฟมาเอ่ยทักทายคุณนายเบนนิงตันที่นั่งอยู่ในรถก่อนที่จะหันมาทักทายเชสเตอร์ เชสเตอร์มอบรอยยิ้มน่ารักให้ทุกคน...โดยเฉพาะไมค์@
@ “ไมค์กี้...ไมค์กี้ยังโกรธเชสอยู่หรือเปล่า?” คำถามซื่อๆของเด็กหนุ่มทำให้ไมค์ ถึงกลับพูดติดขัด@
@ “
ห-หา? อ๋อ...ร-เรื่องนั้น....ฉันม-ไม่ได้โกรธนาย เอิ่มมมม” ไมค์เว้นวรรคก่อนจะพูดต่อ “ฉ-ฉันขอโทษที่ทำให้ น-นายไม่สบายใจนะ”@
@
เชสเตอร์ยิ้มกว้างก่อนที่จะเปิดประตูรถลงมาแล้วกระโจนเข้าไปกอดไมค์ “ไมค์กี้ใจดีจังเลย^^”@
@
ทุกคนดูเหมือนจะอึ้งกับภาพตรงหน้า ไมค์เองก็เช่นกันตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับไปไหน แล้วไม่กล้ากอดตอบด้วย ร็อบมองดูด้วยสายตาเจ็บปวดก่อนที่จะเบือนหน้าหนี โจและแบรดหันไปมองหน้ากันและไม่พูดอะไร เดฟกับคุณนายเบนนิงตันหัวเราะกับการกระทำเหมือนเด็กๆของเชสเตอร์โดยไม่คิดอะไร@
@ “เชส...ลูกจ๊ะเดี๋ยวไมค์กี้ก็ขาดใจตายพอดีกอดเขาแน่นแบบนั้น”@
@ “
ก็เชสดีใจ คุณแม่พาไมค์กี้กลับบ้านพร้อมกับเรานะคับ” เชสเตอร์คลายอ้อมกอดแล้วหันไปถามผู้เป็นแม่ ก่อนที่จะหันมากอดแขนซ้ายของไมค์แทน ไมค์ยกหลังมือขึ้นมาถูจมูกด้วยความเขิน เขาเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้หน้าของเขาคงแดงไม่น้อย@
@
@ “เอาสิ ทุกคนจ๊ะขึ้นรถสิ เดี๋ยวฉันจะไปส่งเอง” คุณนายเบนนิงตันบอกทุกคนพร้อมๆกับรอยยิ้มอย่างใจดี@
@
@
โจและแบรดยิ้มดีใจแล้วรีบปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังทันที เดฟขึ้นนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ เหลือแต่ส่วนตอนกลางของรถครอบครัวที่ว่างอยู่สามเบาะ แบรดหันไปมองหน้าโจคล้ายๆจะสื่อว่าพนันกันมั้ยว่ารูปแบบที่นั่งมันจะออกมาเป็นยังไง และแล้วก็จริงอย่างที่ทั้งสองคนคาดเดา...ไมค์ เชสเตอร์ ตามด้วยร็อบ@
@
@
@
การที่นั่งมองคนสามคนที่นั่งอยู่เบาะข้างหน้า ทำให้สองคนที่อยู่ที่นั่งหลังสุดสนุกไม่น้อย ยิ่งเชสเตอร์เกาะแขนไมค์ไม่ยอมปล่อยถึงแม้จะมีร็อบนั่งขนาบอยู่อีกข้าง ไมค์หน้าแดงแปร๊ดอีกทั้งยังตัวแข็งทื่อ ส่วนร็อบหน้าหงิกเป็นตะขอเพราะเชสหันไปสนใจไมค์มากกว่า งานนี้เรียกว่ารักสามเศร้าจะถูกหรือเปล่าน๊า?????@
@
@
@
@TBC
@
@
@
ปล. มาต่อแล้วนะคะ สอบเสร็จปุ๊บมาลงทันทีเลย โล่งเว้ย...สอบเสร็จแล้วโล่งจายยยยย
นั่งปั่นฟิคได้ล่ะงานนี้ บ้านใหญ่ขาดฟิคลงมานานแล้วด้วย งานนี้จะได้เอาลงสลับกับบ้านใหญ่ได้สักที วู้ฮู้!!!~ ขอบคุณสำหรับคนที่อ่านแล้วคอมเม้นต์นะคะ ชอบไม่ชอบบอกกันได้ค่ะ แล้วเจอกันพาสสุดท้ายตอนหน้านะคะ...@
@
ปลล. เค้าแอบสงสารร็อบว่ะ ฮืออออออออออออ

